สมาร์ทห้องเย็น


iot ห้องเย็น

ระบบห้องเย็นออนไลน์

         ระบบห้องเย็นอัจฉริยะหรือ IoT จะช่วยเจ้าของห้องเย็นดูและห้องเย็น ห้องเย็นไม่เย็น เสีย หรือมีปัญหาเราจะเฝ้าดูให้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะมีปัญหาจากอะไรก็ตาม ทาง Topcooling จะวิเคราะห์และหาสาเหตุต้นตอของปัญหา เพื่อแก้ไข แล้วเจ้า IoT ที่ว่ามานี้จะเข้ามาช่วยเรายังไง ติดตามในบทความนี้ครับ

เชื่อว่าใครหลายๆ คน ที่มีห้องเย็นแล้วหรือกำลังจะตัดสินใจซื้อ จากประสบการณ์ 30 ปี ของผมจะมา แชร์ปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนต้องเคยเจอ ต่อจากนี้

1. ห้องเย็นเสีย ห้องเย็นไม่เย็น
เป็นปัญหาพบเจอบ่อยครั้งมาก เวลาที่ลูกค้าโทรหาช่าง ฮัลโลครับช่าง ห้องเย็นเสีย ไม่เย็นรีบมาหน่อยได้ไหมของจะเสีย ช่างก็ถามอาการที่มีปัญหา เช่น น้ำยาหมดหรือเปล่าถ้าหมดไวกว่าปกติให้ไปดูว่าท่อน้ำยา รั่วไหมอาจมีตะกร้าสินค้าไปกระแทกท่อน้ำยาแตก

เครื่องทำงานปกติหรือมีเสียงแปลกๆ ไหม หากทำงานปกติและน้ำยาไม่รั่ว ก็ดูต่อว่าคอล์ยเย็นมีน้ำแข็งตันไหม เป็นต้น จริงๆ มีอีกหลายวิธีการตรวจสอบ

หากมีระบบ IoT เข้ามาช่วย ปัญหาเหล่านี้จะช่วยบรรเทาไปได้ เพราะเราจะ Monitor คอยเฝ้าดูให้ตลอดเวลาด้วยแอปพลิเคชั่นออนไลน์ จะแจ้งเตือนทันทีที่มีปัญหา ช่างจะได้เตรียมการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ระบบที่มีก็คือจะแจ้งเตือนผ่าน Line ที่เราใช้กันอยู่แล้วทุกวัน จะแจ้งไปหาลูกค้าและ TCL ช่วยกันดูหากอุณหภูมิห้องเย็นผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอุณหภูมิย้อนหลังได้ผ่านกราฟบนมือถือซึ่งดูได้ตลอดเวลา

Line ห้องเย็น

ในรูป Line และรูปนี้ เราจะเก็บค่าอุณหภูมิทุกๆ 5 นาที ขึ้นระบบ Cloud คลาวน์ แล้วนำมาแสดงเป็นกราฟ ถ้าอุณหภูมิไม่ได้ตามทีกำหนดไว้ก็จะมีการแจ้งเตือนมาใน Line

อุณหภูมิห้องเย็น

2. ไม่รู้ว่าห้องเย็นจะเสียตอนไหน
ลองคิดเล่นๆ ดูว่า ถ้าเราแช่ไวน์ ราคาแพงๆ หลายๆ ขวดไว้ในห้องเย็น แล้วเกิดห้องเย็นไม่เย็นตอนเวลาตี 2 ขึ้นมา เราจะไม่รู้เลยว่าห้องเย็นไม่เย็นจนกว่าจะเช้าและเข้าไปดู ปรากฎว่าไวน์เสียไปแล้ว

ห้องเย็นราคาหลักแสน แต่ไวน์และสินค้าหลักล้าน

ถ้าเรามีระบบ IoT จะแจ้งเตือนปัญหานี้ตอนตี 2 เลยทันที แจ้งมาทาง Line ของลูกค้าและทางเรา

3. หาช่างซ่อมห้องเย็นไม่ได้
เนื่องจากว่าระบบทำความเย็นห้องเย็นจะต้องใช้ช่าง เฉพาะทาง หากหาช่างห้องเย็นไม่ได้ หลายๆ คนก็เลยคิดหาช่างแอร์มาซ่อมแทนคิดว่าจะน่าคล้ายๆ กัน ผมก็เคยคิดอย่างนั้น แต่ระบบแอร์กับระบบห้องเย็น อุปกรณ์แต่ละอย่างจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะแอร์อุณหภูมิไม่ต่ำมาก อย่างต่ำสุดก็ 15 องศา แต่ห้องเย็นอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ -18 องศา

เมื่อเกิดปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะ เรียกช่าง ได้เร็วแค่ไหน เพื่อไม่ให้สินค้าเสีย

ถ้าเรามีระบบ IoT จะช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เพราะเรารู้ปัญหาก่อนที่สินค้าจะเสียหาย และช่างมาได้ทันเวลา

4. Data Logger ยังต้องมีคนคอยดูแล
หลายๆ บริษัท ใช้ Data Logger ดาต้าล็อคเกอร์ เพื่อที่จะดูรายงานอุณหภูมิภายในห้องเย็น ข้อจำกัดจะอยู่ตรงที่ต้องนำ Data Logger มาดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ดูผ่านมือถือไม่ได้ ไม่สามารถดูแบบ Real Time ได้ และไม่มีระบบแจ้งเตือนหากห้องเย็นมีปัญหา

ถ้ามีระบบ IoT ผู้บริหารหรือเจ้าของห้องเย็นจะดูอุณหภูมิได้ทันทีแบบ Real Time ในเวลานั้นๆ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังดูอุณหภูมิย้อนหลังได้จะได้รู้พฤติกรรมการทำงานของ เครื่องห้องเย็น คอมเพรสเซอร์ ฮีตเตอร์ คอล์ยเย็น คอล์ยร้อนทำงานอย่าง ดูผ่านกราฟได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการบริหาร และค่าใช้จ่ายค่าแรงที่ต้องจ้างคนมาดูแลได้เยอะเลยทีเดียว

5. เจ้าของห้องเอง ไม่มีเวลาดูแลห้องเย็น
เจ้าของห้องเย็นหลายๆ คน มีห้องเย็นแต่ให้ลูกน้องดูแลแทนในส่วนนี้เราต้องเชื่อมั่นให้ลูกน้องดูแล แต่จริงๆ แล้วเราสามารถติดตามผลการทำงานของลูกน้องได้ ห่างๆ อย่างห่วงๆ ได้ ด้วยระบบ IoT

สรุป
สมาร์ทห้องเย็นจะช่วย อำนวยความสะดวก ให้หลายๆ ฝ่าย ทั้งผู้บริหาร ผู้แล และผู้ปฏิบัติงานห้องเย็น เราสามารถทำนายการทำงานของห้องเย็นได้โดยการสังเกตุพฤติกรรมของห้องเย็นเก็บเป็นสถิติ ลดความเสียง ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลห้องเย็น


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ นะครับ ^^

สนใจสอบถามข้อมูล ยินดีให้บริการ
082-360-1523 หรือ 084-013-7350
@topcooling (พิมพ์ @ ข้างหน้าด้วย)
Inbox เฟสบุค คลิก

Line QR Code



หมายเหตุ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ห้องเย็นสวยๆ














คลิปส่งห้องเย็น




หมดปัญหาเรื่องหาข้อมูลอะไหล่ห้องเย็นไม่ได้
ฟรี! ไม่เก็บค่าบริการในการใช้งาน
ค้นหาราคาอุปกรณ์ห้องเย็น